สรุปบทที่ 5 E-Commerce


  ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Business)
            คือกระบวนการดำเนินธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยีเครือข่ายที่เรียกว่าองค์การเครือข่ายร่วม (Internetworked Network) ไม่ว่าจะเป็นการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) การติดต่อสื่อสารและการทำงานร่วมกัน หรือแม้แต่ระบบธุรกิจภายในองค์กร

การประยุกต์ใช้ (E-commerce Application)
v  การค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ (E-Retailing)
v  การโฆษณาอิเล็กทรอนิกส์ (E-Advertisement)
v  การประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Auctions)
v  การบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-Service)
v  รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government)
v  การพาณิชย์ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่          (M-Commerce : Mobile Commerce)

โครงสร้างพื้นฐาน (E-Commerce Infrastructure)
v  องค์ประกอบหลักสำคัญด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน ที่จะนำมาใช้เพื่อการพัฒนาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนได้แก่
1.         ระบบเครือข่าย (Network)
2.        ช่องทางการติดต่อสื่อสาร   (Chanel Of Communication)
3.        การจัดรูปแบบและการเผยแพร่เนื้อหา (Format & Content Publishing)
4.        การรักษาความปลอดภัย (Security)

การสนับสนุน (E-Commerce Supporting)
ส่วนของการสนับสนุนจะทำหน้าที่ช่วยเหลือและสนับสนุนส่วยของการประยุกต์ใช้งานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนเสาหลักของบ้าน ที่ทำหน้าที่ค้ำจุนให้หลังคาบ้านอย่างไรก็ตามเสาบ้านก็ต้องอาศัยพื้นบาน ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อที่จะยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงต่อไป สำหรับส่วนสนับสนุนของ E-Commerce มีองค์ประกอบ 5 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้

  1. การพัฒนาระบบงาน E-Commerce Application Development
  2. การวางแผนกลยุทธ์ E-Commerce Strategy
  3. กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ E-Commerce Law
  4. การจดทะเบียนโดเมนเนม Domain Name Registration
  5. การโปรโมทเว็บไซต์ Website Promotion


กลุ่มธุรกิจที่ค้ากำไร (Profits Organization)
1.         Business-to-Business (B2B)
2.        Business-to-Customer (B2C)
3.        Business-to-Business-to-Customer (B2B2C)
4.        Customer-to-Customer (C2C)
5.        Customer-to-Business (C2B)

กลุ่มธุรกิจที่ไม่ค้ากำไร (Non-Profit Organization)
1.         Intrabusiness (Organization) E-Commerce
2.        Business-to-Employee (B2E)
3.        Government-to-Citizen (G2C)
4.        Collaborative Commerce (C-Commerce)
5.        Exchange-to-Exchange (E2E)
6.        E-Learning
ข้อดีและข้อเสียของ E-Commerce

ข้อดี
1.สามารถเปิดดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
2.สามารถดำเนินการค้าขายได้อย่างอิสระทั่วโลก
3.ใช้ต้นทุนในการลงทุนต่ำ
4.ไม่ต้องเสียค่าเดินทางในระหว่างการดำเนินการ
5.ง่ายต่อการประชาสัมพันธ์ และยังสามารถประชาสัมพันธ์ในครั้งเดียวแต่ไปได้ทั่วโลก
6.สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้บริการอินเทอร์เนตได้ง่าย
7.ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาสำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย
8.ไม่จำเป็นต้องเปิดเป็นร้านขายสินค้าจริงๆ
ข้อเสีย
1.ต้องมีระบบการรักษาความปลอดภัยของระบบที่มีประสิทธิภาพ
2.ไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ไม่ได้ใช้บริการอินเทอร์เนตได้
 
3.ขาดความเชื่อมั่นในเรื่องการชำระเงินผ่านทางบัตรเครดิต
4.ขาดกฎหมายรองรับในเรื่องการดำเนินการธุรกิจขายสินค้าแบบออนไลน์
5.การดำเนินการทางด้านภาษียังไม่ชัดเจน